RF Face Lift

RF Face Lift : ยกกระชับ

rflifting01

RF คืออะไร

RF (Radio Frequency) คือ เทคโนโลยีด้านผิวพรรณที่ช่วยยกกระชับผิว ซึ่งได้รับการรับรองจากผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง และองค์การอาหารและยาจากประเทศสหรัฐอเมริกา ประเทศแคนนาดา กลุ่มประเทศสหภาพยุโรป และกลุ่มประเทศแถบเอเชีย ว่าเป็นเทคโนโลยีที่ปลอดภัย สามารถช่วยปรับผิวให้กระชับ แลดูอ่อนเยาว์ขึ้น โดยไม่ต้องพึ่งการทำศัลยกรรม
หลักการทำงานของ RF

RF หรือ Radio Frequency คือ วิธีการปล่อยคลื่นไฟฟ้าอ่อนในรูปของคลื่นวิทยุในช่วงความถี่ 0.3 – 0.5 MHz (เมกะเฮริตซ์) ที่ปลอดภัย พลังงานจากกระแสไฟในช่วงคลื่นความถี่วิทยุสามารถผ่านทะลุผิว ชั้นบนเพื่อไปเพิ่มอุณหภูมิของผิวหนังในชั้นลึกและประสานไปกับการนวดพร้อม ๆ กัน ซึ่งจะทำให้เกิดการไหลเวียน กระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนรูปของพลังงานจากภายใน ทำให้ร่างกายมีอุณหภูมิสูงขึ้นประมาณ 3°C – 5°C ซึ่งเป็นวิธีการที่ปลอดภัย เพราะอุณหภูมิของร่างกายจะถูกกระตุ้นให้สูงขึ้นไม่เกิน 42° C
ซึ่งกลไกการทำงานโดยการส่งผ่านคลื่นวิทยุ ลงไปในทุกชั้นของผิวหนัง จะเกิดการเปลี่ยนแปลงดังนี้

  1. ผิวชั้นบนสุด คือ ชั้น epidermis หรือหนังกำพร้า คลื่นวิทยุจะมีผลให้สิวเสี้ยนบางส่วน ฝ้าและกระบางส่วน และเซลล์หนังกำพร้าที่หมดอายุแล้วหลุดลอกออกไป ทำให้ผิวเรียบเนียน ขาว ใสขึ้น รอยดำใต้ตา ฝ้าและกระจางลง นอกจากนี้ คลื่นวิทยุ ยังกระตุ้นให้เกิดการแบ่งตัวเพิ่มขึ้นของเซลล์ซึ่งยังไม่หมดอายุของหนังกำพร้าชั้นล่างๆ ทำให้รูขุมขนเล็กลง หลุมสิวตื้น รอยแผลเป็นจากสิวดีขึ้น ตลอดจนริ้วรอยต่างๆบริเวณหน้าผาก หัวคิ้ว สันจมูก รอบดวงตา รอบปาก ตลอดจนเส้นพับที่คอตื้นขึ้นในอีก 2 สัปดาห์ต่อมา
  2. ผิวชั้นถัดไป คือ dermis หรือหนังแท้ ซึ่งรับผิดชอบเรื่องความตึงกระชับของผิว คลื่นวิทยุมีผลให้ผิวหนังชั้นนี้สร้างคอลลาเจนเพิ่มขึ้นอย่างมากมาย ทำให้ผิวหนังบริเวณที่เคยหย่อนคล้อยตึงกระชับขึ้น ร่องหน้าผากตื้นขึ้น ถุงใต้ตาแบนราบลง ร่องแก้มตื้นขึ้น รูปหน้าเรียวลง คาง ใต้คางตลอดจนคอตึงกระชับขึ้นในอีก 2 สัปดาห์ต่อมา
  3. ชั้นที่ลึกที่สุดที่คลื่นวิทยุเข้าไปถึง คือชั้น subcutaneous fat หรือชั้นไขมันใต้ผิวหนัง มีผลให้เกิดการละลายของไขมันเข้าไปสู่หลอดน้ำเหลือง ทำให้สามารถลดขนาดของไขมันในถุงใต้ตา ใต้หู ใต้คาง ลงในอีก 2 สัปดาห์ต่อมา เมื่อทำการสลายไขมันที่แก้ม ใต้หู ใต้คางร่วมกับการดึงให้กระชับโดยไม่ต้องผ่าตัดตามข้อ 3 ให้แก่คนหนุ่มสาวซึ่งยังไม่เหี่ยวย่นหย่อนคล้อย จะส่งผลให้ค่อยๆเกิดการเปลี่ยนแปลงรูปหน้าจากโหนกแก้มแบน หน้ากลมหรือเหลี่ยมกาง ไปเป็นโหนกแก้มสูงขึ้น รูปหน้าดูกลมหรือเหลี่ยมกางน้อยลง คางเรียวหรือดูเป็นรูปไข่มากขึ้น จากผลการทำงานดังกล่าวข้างต้น RF จึงมีประโยชน์ในแวดวงความงาม เป็นอย่างยิ่ง

ประโยชน์ของ RF Face Lift 

  • Facial Lifting คือ การแก้ไขการเหี่ยวหย่อนคล้อยทำให้ยกกระชับขึ้นทุกจุด ของหน้า ถุงใต้ตาและคอโดยไม่ต้องผ่าตัดเพื่อดึง
  • Facial Recontouring คือ การแก้ไขเปลี่ยนแปลงรูปหน้าให้โหนกแก้มแบน และหน้าเหลี่ยมกางน้อยลง คางเรียว ใบหน้าเล็กลง เป็นรูปไข่มากขึ้น
  • Facial Rejuvenation คือ การลบเลือนริ้วรอยบริเวณหน้าผาก สันจมูก รอบดวงตา รอบปาก และคอ
  • Facial Resurfacing คือ การทำให้ผิวเรียบเนียน กระจ่างใส รูขุมขนเล็กลง หลุมสิวตื้นขึ้น และกระตุ้นคอลลาเจน
  • Facial Lightening คือ การปรับสีผิวให้ขาวสว่างมากขึ้น รอยดำใต้ตา ฝ้าและกระจางลง
  • Body Reconturing and Firming คือ ช่วยกระตุ้นให้ไขมันอุ่นขึ้นด้วยวิธีการที่ปลอดภัย ทำให้หลอดเลือดขยายตัว น้ำเหลืองไหลเวียนได้ดี ไม่เกิดการสะสมของของเสียและไขมันส่วนเกิน ช่วยขจัดเซลลูไลท์ และยังทำให้เนื้อเยื่อได้รับออกซิเจนมากขึ้น ส่งผลให้ผิวหนังดูกระชับ ตึง ไม่หย่อนคล้อย

ความรู้สึกขณะทำ RF

ในระหว่างการทำ RF จะรู้สึกอุ่นๆ บริเวณที่ทำ และหลังจากการทำเสร็จทันทีผิวบริเวณนั้นจะเป็นสีชมพู หรือแดงขึ้นเล็กน้อย เนื่องจากเกิดการขยายตัวของหลอดเลือดที่มาหล่อเลี้ยงผิวบริเวณนั้น ซึ่งอาการดังกล่าวจะหายไปเอง หลังจากนั้นจะรู้สึกว่าผิวตึงเต่งตึงขึ้น นอกจากนี้จะรู้สึกผ่อนคลาย สดชื่น กระปรี้กระเปร่า เหมือนกับการเข้าสปานวดหน้า นวดตัว

ระยะเวลาทำและความถี่

การทำ RF แต่ละครั้งใช้เวลาประมาณ 10 – 60 นาที แล้วแต่บริเวณที่ต้องการ สามารถทำได้ 1 – 3 ครั้ง ต่อสัปดาห์ ผลการทำจะสังเกตได้ตั้งแต่ครั้งแรกว่าสัดส่วนกระชับขึ้น ผิวเรียบเนียนตึงขึ้น

ข้อปฏิบัติหลังการทำการรักษา

  • แนะนำให้ดื่มน้ำเปล่า เฉลี่ย 3 – 4 ลิตร เพื่อให้ของเสียที่คั่งค้างสะสมอยู่ในร่างกายถูกกำจัดออกให้เร็วที่สุด และในวันถัดไปให้ดื่มน้ำเปล่าวันละ 2 ลิตร ถ้าดื่มน้ำน้อยขบวนการขับของเสียออกจากร่างกายจะไม่ดี ของเสีย และไขมันจะยังคงอยู่ในร่างกาย ทำให้ผลในการรักษาได้ผลไม่ดีนัก
  • กรณีรักษา RF เพื่อลดไขมันส่วนเกิน ควรควบคุมอาหาร โดยเฉพาะอาหารจำพวกแป้ง น้ำตาล และไขมันเพื่อป้องกันไขมันส่วนเกินมาสะสมใหม่
  • ควรออกกำลังกายควบคู่ไปด้วย
  • เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาเร็วยิ่งขึ้น ควรรักษาควบคู่ไปกับการทำทรีทเม้นท์อื่นๆ ร่วมด้วย

ข้อควรระวังในการทำ

  • ผู้ป่วยต้องถอดเครื่องประดับที่เป็นโลหะทุกชนิดก่อนเริ่มทำมิฉะนั้นอาจ
    เกิดการช็อตได้
  • ห้ามผู้ป่วยและผู้ปฏิบัติสัมผัสตัวกัน มิฉะนั้นอาจเกิดการสปาร์คได้
  • เตือนผู้ป่วยว่าไม่ควรขยับตัวบ่อย เพราะอาจทำให้แผ่นสื่อไฟฟ้าสถิตได้
  • ห้ามใช้โทรศัพท์มือถือขณะทำ RF เพราะคลื่นจากโทรศัพท์จะรบกวนคลื่นวิทยุทำให้
    เครื่องมือเสียหายได้
  • ไม่เหมาะสมกับคนเป็นฝ้า เพราะความร้อนจะทำให้ผลิตเม็ดสีเมลานินเพิ่มมากขึ้น
  • บริเวณที่ทำต้องมีตัวยาหล่อลื่นอยู่ตลอดเวลา ถ้าไม่มีตัวยาอยู่บริเวณที่ทำ อาจจะทำให้ผิวไหม้ได้
  • ไม่ควรทำบริเวณไรผม
  • ขณะทำคนไข้ต้องรู้สึกอุ่น ๆ ถึงจะเห็นผลดี